สงสัยตัวเองไหมว่างานที่ตัวเองเคยทำแล้วสนุกเมื่อ 3 ปีก่อนทำไมมาวันนี้ถึงรู้สึกน่าเบื่อหน่ายอยากลาออกจากงานซะเหลือเกิน? ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการวิเคราะห์หาสาเหตุทั้งสถานการณ์ทั้งหมดที่มีผลกระทบกับความคิดที่อยากจะลาออก หลังจากประเมินสถานการณ์แล้วยังมีสัญญาณ 6 ข้อด้านล่างนี้อยู่ละก็การตัดสินใจลาออกจากงานก็อาจเป็นคำตอบสุดท้าย

 

1.   รายได้น้อยกว่าอัตราเฉลี่ยในตลาดแรงงาน

เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างแต่ทุกคนมีรายจ่ายกันทั้งนั้น ถึงจะรักบริษัทขนาดไหนหรือชอบงานที่ทำอยู่มากเหลือเกิน แต่ถ้ารายได้น้อยก็ทำให้ท้อหรืออดคิดเรื่องลาออกไม่ได้เหมือนกันใช่ไหมคะ? โดยเฉพาะถ้าต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยในตลาดแรงงาน ดังนั้นถ้าแน่ใจว่าตัวเองได้รับเงินเดือนน้อยเกินไปแบบชัดเจนก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ชี้ว่าคุณควรเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆให้ตัวเองได้แล้ว Miss Career ขอขยายอีกนิดนะคะว่าการเปรียบเทียบว่าตัวเองได้รับค่าตอบแทนน้อยเกินไปหรือไม่นั้น เราควรจะเปรียบเทียบจากบทบาทหน้าที่ที่ใกล้เคียงกัน ความสามารถพิเศษที่ต้องมีในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ และขนาดของบริษัท เช่นชื่อตำแหน่ง IT Support เหมือนกันแต่หน้าที่ในบริษัท A อาจทำแค่ช่วยเหลือผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างเดียวจริงๆ20 คนและไม่มีความจำเป็นในการใช้ภาษาอังกฤษ ขณะเดียวกันในบริษัท B ตำแหน่ง IT Support เหมือนกันแต่ต้องดูแล server ด้วยรวมทั้งต้องใช้ภาษาอังกฤษในการประสานงานกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ กรณีแบบนี้เปรียบเทียบกันคงไม่เหมาะค่ะ

ข้อคิดก่อนลาออก: ถ้าคุณมีข้อมูลแม่นมั่นใจว่าไม่เข้าข้างตัวเองรวมถึงมั่นใจในผลงานแล้วละก็ คงต้องหาโอกาสคุยกับเจ้านายส่งสัญญาณกันสักหน่อยล่ะว่าขอเพิ่มอีกนิดนะนาย ในกรณีที่คุณยังไม่มั่นใจในเรื่องความสามารถแต่ต้องการเงินเดือนเพิ่ม แบบนี้ควรจะขอ feedback หรือปรึกษาเจ้านายว่าคุณต้องพัฒนาทักษะด้านไหนบ้างเพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าตัวเองให้สมกับรายได้ที่ต้องการ

 

2. โดนประเมินคุณค่าต่ำ

ทำงานสุดความสามารถ รับงานใหม่ๆที่นายมอบหมายให้ไม่เคยขัดแต่หัวหน้าไม่เคยชมเชยอย่างเหมาะสม ทุกครั้งๆแบบนี้ก็มีท้อเหมือนกันใช่ไหมคะ ถ้าทบทวนดูแล้วเห็นว่าหัวหน้าเป็นแบบนี้ตลอดก็ค่อนข้างเป็นสัญญาณที่แสดงว่าโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานของคุณคงมาถึงช้ากว่าคนอื่นๆ ถ้าได้รับสัญญาณเตือนแบบนี้การลาออกไปหาโอกาสที่อื่นก็คงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

ข้อคิดก่อนลาออก: ตัวคุณควรประเมินตัวเองด้วยความเป็นกลางถึงคุณค่าของตัวเองที่มีต่อบริษัท หน้าที่ที่คุณทำอยู่คุณช่วยทำให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่? อะไรที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงและทำให้ให้ดีขึ้นได้? สำรวจดูในส่วนที่คุณชำนาญและส่งผลให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น “ทำงานเพื่องาน” ดังที่ท่านพุทธทาสได้สอนไว้แบบนี้หัวหน้าโดยตรงไม่เห็นผู้ใหญ่คนอื่นๆต้องเห็นและให้โอกาสแน่นอน

 

3. บริษัทเริ่มไม่มั่นคง

ถ้าไม่ได้รับเงินเดือนหรือได้รับช้ามาหลายงวด สัญญาณเตือนชี้ชัดขนาดนี้คงไม่ต้องคิดมากว่าจะลาออกหางานใหม่ดีหรือไม่

ข้อคิดก่อนลาออก: ถ้าคุณได้ยินเป็นสิ่งที่คนในออฟฟิสพูดกัน ก็ต้องวิเคราะห์ครับว่าการพูดนั้นมันโอเวอร์เกินจริงไปรึเปล่า

 

4. ไม่ได้รับทรัพยากรเพียงพอที่จะทำให้ทำงานได้ดี

คุณรู้ว่าสามารถทำอะไรให้บริษัทได้มากกว่านี้ถ้าคุณมีเครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสมหรือมีผู้ช่วยหรือแม้แต่โอกาสที่จะได้ทำ ถ้าคุณไม่ได้รับสิ่งที่ขอไปเพื่อจะทำให้งานออกมาให้ดีได้ดังที่ตั้งใจไว้หลายๆครั้งๆเป็นเรื่องของจังหวะเวลาและงบประมาณที่บริษัทยังมีเรื่องสำคัญกว่าที่จะต้องใช้ทรัพยากรเหล่านั้นก่อน ผลลัพธ์จากการไม่ได้รับการสนับสนุนก็คือคุณอาจไม่มีผลงานเด่นๆที่จะทำให้คุณพัฒนาความสามารถสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ เหตุผลนี้ Miss Career เคยมีประสบการณ์เองจากลูกน้องในสายงานการตลาดที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมเป็นเลิศแต่ด้วยกำลังของบริษัทในขณะนั้นไม่พร้อมจะทำเธอเลยขอลาออกไปอยู่บริษัทใหญ่ที่มีทีมงานการตลาดและงบประมาณที่พรั่งพร้อม สิ่งที่ลูกน้องคนนี้คิดไว้อีกสองปีต่อมา Miss Career จึงได้นำมาสานต่อเพราะบริษัทมีกำลังมากพอที่จะสนับสนุน

ข้อคิดก่อนลาออก: ควรแสดงต้นทุนที่ใช้เปรียบเทียบกับผลที่จะได้รับออกมาเป็นตัวเลขไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ใช้น้อยลง ผลิตผลของงานหลังจากการลงทุนไปแล้ว เป็นต้นค่าตัวเลขเหล่านี้เป็นการนำเสนอที่จะทำให้หัวหน้าหรือผู้บริหารเห็นภาพชัดขึ้น หัวหน้าหรือผู้บริหารชอบดูตัวเลขคับ

 

5. ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากการทำงาน

ถ้าคุณเรียนรู้จนหมดแล้วไม่มีอะไรท้าทายคุณได้อีก รวมถึงไม่มีหรือไม่ได้รับโอกาสที่จะได้แสดงศักยภาพในงานใหม่ๆแล้วละก็คนมีไฟรักความก้าวหน้าอย่างคุณก็ควรมองหางานที่อื่นที่สามารถสร้างเสริมทักษะใหม่ๆให้ตัวเองได้แล้ว

ข้อคิดก่อนลาออก: การเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะใหม่ๆเป็นการลงทุนให้กับตัวเองที่คุ้มค่าทีเดียวไม่ต้องรอให้บริษัทส่งไปเรียนหรอกคับโดยเฉพาะสมัยนี้ที่คุณสามารถหาความรู้ต่างๆได้จากอินเตอร์เน็ต เริ่มต้นคุณอาจต้องหาพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาที่อยู่ในสายอาชีพที่คุณต้องการทำว่าคุณควรสร้างเสริมทักษะด้านไหนที่จะทำให้คุณก้าวหน้าในอาชีพ จากนั้นอาจเริ่มหาหนังสือหรือค้นคว้าข้อมูลในด้านนั้นๆมาอ่าน หรือศึกษาดูจาก Youtube มีน้องที่ทำงานของ Miss Career คนนึงที่หน้าที่การงานของเธอต้องใช้ศิลปะการเจรจาต่อรอง ดังนั้นเธอจึงแผนการเรียนเรื่องนี้ด้วยตัวเองจาก Youtube และเธอก็ทำจริงครับไม่รอให้บริษัทส่ง ยกย่องจริงๆคนรักความก้าวหน้าแบบนี้

ขอขอบคุณ: Professional One

    LEAVE A REPLY