สำหรับผู้ชายอย่างเราๆ เรื่องการตกขาวเป็นเรื่องที่ดูจะไกลตัวมาก บางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตกขาว คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร หลายคนอาจคิดว่า อาการตกขาวนั้นเกิดขึ้นกับสุภาพสตรี แล้วเหตุใดผู้ชายอย่างเราจำเป็นต้องรู้

อย่างที่ Dr.MDX เคยแนะนำให้บทความก่อนหน้านี้หลายๆ ครั้ง การใช้ชีวิตคู่ให้ประสบความสำเร็จ และคงความสัมพันธ์ให้ยืนยาวได้นั้น หนึ่งในสิ่งที่ควรปฏิบัติคือ การให้ความรัก และความเอาใจใส่กับคนที่คุณรัก แน่นอนครับการเอาใจใส่ที่ว่ามานั้น ก็คือการมีความรู้เพื่อช่วยคนที่คุณรัก สังเกตุอาการ หรือสิ่งแปลกปลอมที่พร้อมจะเข้ามาทำร้ายร่างกายของคุณ และคนรัก

ถึงแม้ว่าการตกขาวจะเป็นเรื่องไกลตัวคุณผู้ชายก็จริง แต่คุณเองก็คงจะไม่อยากให้คนที่รัก เกิดอันตรายหากมีการตกขาวที่ผิดปกติใช่ไหมหละครับ ถ้าอย่างนั้นลองตาม Dr.MDX มาพบเรื่องราวเกี่ยวกับการตกขาวกันดู เพื่อที่คุณเองจะได้สังเกตุและรู้สาเหตุและวิธีการการแก้ไข เพื่อเป็นความรู้แก่คนที่คุณรักกันครับ

ตกขาว คืออะไร?

อาการตกขาวนั้นเป็นอาการที่มีเมือกไหลออกมาจากช่องคลอดของสตรี เมือกนี้จะไหลมาจากมดลูกเข้ามาหล่อเลี้ยงช่องคลอด ซึ่งเมือกนี้มีประโยชน์นะครับ เพราะมันจะหลั่งออกมาเพื่อให้ช่องคลอดชุ่มชื้น และยังเป็นการป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดอีกด้วย

อันที่จริงการตกขาวนั้นก็เป็นเรื่องปกตินะครับ เพราะสุภาพสตรีทุกคนจะมีการตกขาวที่สอดคล้องกับประจำเดือนอยู่แล้วทุกๆ เดือน ซึ่งก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอล์โมนเพศ การตกขาวเช่นนี้เรียกว่าการตกขาวแบบธรรมดา ลักษณะของการตกขาวนั้นจะมีเมือกใส หรือสีขาว และไม่มีกลิ่น ซึ่งการตกขาวเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงแต่อย่างใด

แต่มีการตกขาวอีกหนึ่งประเภทซึ่งเรียกว่า การตกขาวแบบผิดปกติ คุณผู้หญิงนั้นจะมีการตกขาวสีเทา เขียว เหลือง ชมพู หรือมีเลือดบนในขณะที่ตกขาว นอกจากนี้ยังมีกลิ่นเหม็น การตกขาวลักษณะนี้เป็นสัญญาณบอกถึงปัญหาสุขภาพภายในของคุณผู้หญิงแล้วครับ เพราะฉะนั้นควรจะต้องหมั่นสังเกตุอาการตกขาว ว่าเป็นแบบใด หากเกิดการตกขาวผิดปกติ ก็ควรเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ และทำการรักษาให้ถูกวิธีต่อไป

สาเหตุของการตกขาว

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ตกขาว เป็นเมือกที่ถูกขับจากปากมดลูกให้ไหลมายังช่องคลอด เพื่อหล่อลื่นสร้างความชุ่มชื้นและช่วยป้องกันการติดเชื้อ

การตกขาวที่ผิดปกติมักเป็นผลมาจากการติดเชื้อและอาการป่วยต่างๆ ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดภาวะช่องคลอดอักเสบ เช่น โรคหนองในแท้หรือโรคหนองในเทียม การแพร่กระจายของเชื้อรา ทำให้เกิดโรคเชื้อราในช่องคลอด การติดเชื้อไวรัสทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศ ปรสิตที่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ทำให้เกิดการติดเชื้อทริโคโมนาส

ส่วนอาการตกขาวผิดปกติที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ อาจเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคลอดหรือปากมดลูก การแพ้สารเคมี เช่น สารจากผ้าอนามัย หรือถุงยางอนามัย การสวนล้างช่องคลอด การเกิดติ่งเนื้อที่ปากมดลูก เป็นต้น การสังเกตลักษณะตกขาวและอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกับการมีตกขาวที่ผิดปกตินั้น อาจทำให้ทราบสาเหตุของการป่วยเบื้องต้นได้ ดังนี้

– ตกขาวสีขาวขุ่นหรือเทา

และมีกลิ่นคาวปลา มีลักษณะเป็นเมือกบางและเปียก บางคนอาจมีอาการคันบริเวณปากช่องคลอด และเจ็บช่องคลอดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และจะสังเกตได้ชัดว่ากลิ่นเหม็นของตกขาวจะรุนแรงหลังการร่วมเพศ หรือหลังหมดประจำเดือนใหม่ ๆ

มักไม่พบอาการเจ็บป่วยอื่นร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและป่วยเป็นแบคทีเรีย วาไจโนสิส (Bacterial Vaginosis) ซึ่งเป็นภาวะช่องคลอดอักเสบที่เกิดจากความไม่สมดุลของเชื้อแบคทีเรียภายในช่องคลอด ไม่ใช่การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ แต่การมีเพศสัมพันธ์ภายหลังการติดเชื้ออาจทำให้อาการป่วยแย่ลงได้

 

– ตกขาวสีขาว

เป็นแป้งหนา และมีอาการคัน หรืออาจเจ็บปวดบริเวณช่องคลอดร่วมด้วย แต่มักไม่มีกลิ่นเหม็น อาจเป็นโรคเชื้อราในช่องคลอด และไม่ใช่การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

 

– ตกขาวสีชมพู

มักเกิดขึ้นหลังจากการคลอด อาจเป็นการหลุดลอกของเยื่อบุมดลูกหลังคลอด

 

– ตกขาวสีเขียว

เป็นตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด ซึ่งมักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ จะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เป็นฟอง มีอาการคันและแสบแดงที่บริเวณอวัยวะเพศ บางรายจะมีอาการปัสสาวะขัดและมีตกขาวมากผิดปกติ นอกจากนี้แบคทีเรียบางชนิดยังสามารถทำให้ตกขาวมีสีเขียวได้ แต่จะไม่มีอาการคันและไม่มีกลิ่น ซึ่งอาจจะเป็นตกขาวปกติที่ไม่ต้องรักษา

 

ตกขาวสีเหลือง

อาจเกิดมาจากการติดเชื้อหลายชนิด เช่น เชื้อไวรัส เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อย่างเช่นเชื้อไวรัสจากโรคเริม เชื้อแบคทีเรีย จะมีกลิ่นคาว และมักเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อหนองใน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “ไนซีเรียโกโนเรียอี” ทำให้มีปริมาณตกขาวมากขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นหนองสีเหลืองหรืออาจจะมีสีเขียวปน ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นแต่ไม่คัน อีกทั้งยังทำให้มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะได้

 

– ตกขาวสีน้ำตาล หรือมีเลือดปน

เช่นอาการเลือดออกจากการตกไข่ที่มักเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ หลังจากที่มีประจำเดือนวันแรก โดยอาจจะมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย อาการเลือดออกจากประจำเดือนที่ไม่ตรงรอบ อาการเลือดออกที่เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อน มีลักษณะเป็นเลือดสีน้ำตาล นอกจากนี้เลือดออกจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็อาจจะทำให้มีอาการเลือดออกกระปริบกระปรอย และมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาจเกิดจากการติดเชื้อที่ช่องคลอดหรือปากมดลูก จึงทำให้ตกขาวมีกลิ่นเหม็นและมีสีน้ำตาลปนจากเลือดเก่า

 

– ตกขาวร่วมกับตุ่มบวมแดง หากมีตุ่มบวมแดงรอบอวัยวะเพศ อาจเป็นเริมที่อวัยวะเพศ

การรักษาอาการตกขาว

อาการตกขาวผิดปกตินั้นจะต้องรักษาที่สาเหตุและโรคที่ป่วยอาการตกขาวที่เกิดขึ้นจึงจะหายไป การรักษานั้นก็มีทั้งการรักษาด้วยยาเฉพาะทางหรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับอาการป่วยและความรุนแรงของโรค แต่โดยทั่วไป ตกขาวมักเกิดจากการติดเชื้อประเภทแบคทีเรียหรือเชื้อราในช่องคลอด ซึ่งรักษาให้หายขาดได้

โดยทั่วไปแล้วการติดเชื้อที่ส่งผลให้เกิดการตกขาวแบบผิดปกตินั้นสามารถรักษาได้โดยการใช้ยา ทั้งยาปฏิชีวนะ ยาที่เป็นรูปแบบครีมให้ทาภายนอกช่องคลอด เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของปรสิตหรือแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การตกขาวที่เกิดจากการอักเสบจากเชื้อรายังสามารถใช้นาประเภทสอดเข้าไปในช่องคลอด มีทั้งรูปแบบครีม ยาเหน็บ ตัวยาที่ใช้ ได้แก่ โคลไตรมาโซล (Clotrimazole) ส่วนยารับประทานใช้ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole) เพื่อยับยั้งทำลายเชื้อราและกระบวนการสร้างเซลล์ของเชื้อรา

การป้องกันการตกขาว

การป้องกันการตกขาวแบบผิดปกตินั้นสามารถทำได้ไม่ยากด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื่อต่างๆ ที่ว่ามามีดังนี้

 

– รักษาความสะอาดช่องคลอดและอวัยวะเพศอยู่เสมอ

– ล้างช่องคลอดด้วยน้ำและสบู่อ่อน ๆ ที่ไม่ทำให้เกิดการอักเสบระคายเคือง

– สวมใส่กางเกงชั้นในที่สะอาด ทำจากผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่หนาและไม่อับชื้น

– ไม่ใช้สบู่หอม สเปรย์พ่น ฟองสบู่ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีชนิดต่าง ๆ เพื่อล้างสวนช่องคลอด

– ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ก่อนการใช้งานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และล้างทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เสมอเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค

– หากคุณสุภาพสตรีมีอาการตกขาวผิดปกติโดยมีสาเหตุจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ อีกหนึ่งวิธีการป้องกันการติดเชื้อซ้ำภายหลังการรักษาจนหายดีแล้ว คือ คุณเองควรเข้ารับการรักษาการติดเชื้อดังกล่าวด้วย

– ควรหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอดและการใช้น้ำยาอนามัยล้างเฉพาะที่โดยไม่จำเป็นเพราะช่องคลอดมีความสมดุลในตัวอยู่แล้ว ทำความสะอาดแค่ภายนอกใช้น้ำสะอาดอย่างเดียวและซับให้แห้งก็เพียงพอ

– ควรใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยลดการเกิดภาวะนี้  เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาของน้ำอสุจิในช่องคลอดเนื่องจากเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะตกขาวมีกลิ่นเหม็นได้

– ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแผ่นบางติดต่อกันทุกวัน เพราะอาจทำให้เกิดความอับชื้นและเป็น ที่สะสมของเชื้อโรคได้

– ถ้าพบว่ามีตกขาวผิดปกติ ควรรีบไปตรวจหาสาเหตุและรับการรักษา รวมถึงรับคำแนะนำต่างๆจากแพทย์และพยาบาล

แน่นอนหละครับว่าอาการตกขาวไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่หากว่าไม่ดูแล และรักษาให้ถูกวิธีอาการก็อาจจะบานปลายจนทำอันตรายร้ายแรงแก่ร่างกายของเราได้ คุณผู้ชายคงทราบแล้วว่าอาการตกขาวผิดปกติส่วนใหญ่นั้นมาจากการติดเชื้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นคุณเองก็ควรจะต้องป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายและอาจจะก่อเกิดเป็นเชื้อร้ายทำลายร่างกายของคุณ และคนที่คุณรักได้ ในขณะเดียวกันการที่เรามีความรู้เรื่องกายตกขาว และช่วยคุณสุภาพสตรีสอดส่องดูแล และรักษาความสะอาดก็เป็นอีกทางหนึ่งในการป้องกันเชื้อโรคเล็ดลอดเข้ามาสู่ร่างกายของเราด้วยยังไงล่ะครับ

 

Update สาระดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพของคุณและคู่รักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mdxformen.com

ที่มา: pobpad.com, honestdocs.co, health.kapook.com, si.mahidol.ac.th

    LEAVE A REPLY