Sid Meier ผู้สร้างเกม Civilization ขึ้นเวทีงาน Game Developers Conference (GDC) เล่าตำนานจุดกำเนิดของเกมนี้ในปี 1990
การพัฒนา Civilization เริ่มขึ้นหลังเกม Railroad Tycoon เสร็จสิ้น โดย Meier และคู่หู Bruce Shelley ยังหนุ่มและมีความมั่นใจสูง แถมยังประสบความสำเร็จจาก Railroad Tycoon จึงอยากลองทำเกมที่ซับซ้อนอย่าง “อารยธรรม” ขึ้นมาดู
ทั้งสองคนพัฒนาไอเดียต่อจากเกมสงคราม Empire ที่ออกในปี 1972 ว่ามีจุดไหนที่ชอบและไม่ชอบ หลังจากนั้น Meier ลองสร้างเกมต้นแบบขึ้นมาหลายเวอร์ชัน เขาเล่าว่าเกมเวอร์ชันแรกผสมผสานไอเดียจาก SimCity, Railroad Tycoon, Empire และบอร์ดเกมชื่อ Civilization (ภายหลังบริษัท MicroProse ซื้อลิขสิทธิ์ชื่อเกมนี้จาก Avalon Hill เจ้าของบอร์ดเกม มาใช้กับเกมนั่นเอง)

 

แนวคิดในการพัฒนา Civilization ภาคแรกต้องสร้างสมดุลระหว่างความลึกของเกม และทำอย่างไรให้เกมดึงดูดเด็กๆ หรือคนที่ไม่ได้เล่นเกมพีซีมาก่อน ทีมผู้สร้างจึงใช้ “ผู้นำอารยธรรม” ที่คนรู้จักกันดีอย่าง Caesar หรือ Genghis Khan มาเป็นจุดดึงดูด ให้ผู้เล่นได้แข่งขันกับผู้นำเหล่านี้ในระดับเดียวกัน ส่วนไอเดียเรื่อง tech tree หรือแผนภูมิการพัฒนาเทคโนโลยี ก็ได้มาจากหนังสือประวัติศาสตร์สำหรับเด็กที่ใช้แผนภูมิลักษณะนี้สอนเด็กๆ ว่าอารยธรรมเกิดขึ้นมาได้อย่างไร, สารานุกรม Civliopedia เป็นสิ่งทำให้ผู้เล่นเข้าถึงเกมได้ง่ายขึ้น และรู้สึกว่าได้สาระความรู้กลับไป

 

ต้นแบบแรกของ Civilization เป็นเกมแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่เกมผลัดตากันเดิน (turn-based) ภายหลัง Meier ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เกมแบบ turn-based ตามแนวทางของบอร์ดเกมที่เขาชอบเล่น เขายังกล่าวว่าการทำเกมแบบเทิร์นยังช่วยให้เกมน่าเล่นต่อไปเรื่อยๆ เพราะผู้เล่นจะรู้สึกว่า “ขออีกตานึงสิ” (one more turn) ที่เป็นประโยคเด่นของเกมนี้

 

Meier บอกว่าเกมแนววางแผน (strategy) มักถูกมองว่าเป็นเกมช้า น่าเบื่อ มีแต่พวกเนิร์ดที่เล่นกัน ดูไม่น่าสนุกเหมือนเกมคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในสมัยนั้น ส่งผลให้ Civilization ดูแตกต่างจากเกมคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในตอนนั้นมาก และยังส่งผลให้ MicroProse บริษัทนายจ้างของ Meier กลัวว่าเกมจะไม่ประสบความสำเร็จ จึงพยายามบีบให้ Meier เปลี่ยนไปสร้างเกมขับเครื่องบินภาคใหม่แทน

 

Meier ยอมรับว่าความผิดพลาดของ Civilization ภาคแรกคือไม่รองรับระบบ mod เพราะเขามองไม่เห็นว่าคนอื่นๆ จะออกแบบเกมได้ดีกว่าพวกเขาได้อย่างไร ซึ่งนั่นเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง เพราะเกม Civilization กระตุ้นให้ผู้เล่นเกิดความรู้สึก “อยากออกแบบเอง” ขึ้นมา ภายหลังระบบ mod จึงกลายมาเป็นส่วนสำคัญของเกมซีรีส์ Civilization นับตั้งแต่ภาค 2 เป็นต้นมา และเป็นผลให้เกมเล่นได้ต่อเนื่องยาวนานหลังวางขาย

 

อีกประเด็นที่แฟนๆ Civilization พูดถึงกันมากคือบั๊กของเกมที่เปิดให้พลหอกสามารถเอาชนะอาวุธสงครามยุคใหม่ได้ (Spearman vs Battleship) เรื่องนี้ Meier อธิบายว่าแนวคิดเรื่องสงครามในเกมภาคแรก อิงตามบอร์ดเกมที่ให้ผู้เล่นกระจายยูนิตตามพื้นที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือผู้เล่นจับยูนิตไปลงซ้อนในช่องเดียวกัน (และตายยกช่องตามชื่อ stacks of doom) หรือนำยูนิตไปอยู่ในเมืองแทน ในเกมภาคต่อๆ มาจึงต้องปรับปรุงระบบสงครามไปอีกเรื่อยๆ

 

สุดท้าย ผู้ฟังในห้องถามเรื่องความเป็นไปได้ที่เราจะเห็น Civilization ภาคแรกถูก remaster เรื่องนี้ Meier ก็ตอบเพียงว่ารับทราบแล้ว

ขอขอบคุณ: Ars Technica

    LEAVE A REPLY